[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
http://www.aeet.or.th
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 2 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก



  
ประวัติสมาคม  
 

ข้อบังคับ
สมาคมสิ่งแวดล้อมศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2552
 
เหตุผลในการจัดตั้งสมาคม
              ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลก  โดยเฉพาะปัญหาสภาวะโลกร้อนได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต  เศรษฐกิจ  และสังคม  แก่ประชาชนทุกเชื้อชาติในทุกภูมิภาคของโลกการแก้ปัญหาดังกล่าวย่อมจำเป็นที่ประชาชนทุกคน  ทุกชาติ  และทุกภูมิภาคจะต้องลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ  และลดการปล่อยสารที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก  โดยผ่านกระบวนทางการศึกษาที่เรียกว่า  “สิ่งแวดล้อมศึกษา”  เพื่อปรับเปลี่ยนค่านิยมในการบริโภคทรัพยากรธรรมชาติ
              ในขณะที่การดำเนินงานสิ่งแวดล้อมศึกษา  โดยสถาบันการศึกษายังไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมดังกล่าว  การจัดตั้งสมาคมสิ่งแวดล้อมศึกษาจึงเป็นภารกิจที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับที่มีการจัดตั้งสมาคมสิ่งแวดล้อมศึกษาในต่างประเทศอีกทางหนึ่ง
              คณะบุคคลที่มีความรู้  ทักษะ  และประสบการณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาจึงมีการประชุมหารือกัน  เมื่อวันที่  18  มิถุนายน  2552 ให้มีการจัดตั้งสมาคมสิ่งแวดล้อมศึกษาแห่งประเทศไทยขึ้นโดยมีข้อบังคับของสมาคมดังต่อไปนี้
 
 
หมวด 1
ข้อความทั่วไป
 
1.  ชื่อสมาคม
              สมาคมนี้มีชื่อว่า  “สมาคมสิ่งแวดล้อมศึกษาแห่งประเทศไทย”  ชื่อย่อว่า  “สสศท” 
มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า  “The Association for Environmental Education of Thailand.” 
ใช้อักษรย่อว่า  “AEE-T”
 
 
 
 
 
 
2.  เครื่องหมายสมาคม
              เป็นตรารูปวงกลมภายในบรรจุภาพ  คน  ต้นไม้  และทิวทัศน์ธรรมชาติรอบ ๆ  วงกลม
มีข้อความว่า  สมาคมสิ่งแวดล้อมศึกษาแห่งประเทศไทย  และชื่อคำย่อ  สสศท  หรือ  ข้อความว่า
The Association for Environmental Education of Thailand  และ  ชื่อคำย่อ  AEE-T


 
 
 
 
 
 
 
3.  ที่ตั้งของสำนักงานสมาคม
              สำนักงานสมาคมตั้งอยู่  เลขที่ 188  หมู่ที่ 1  ตำบลน้ำริด  อำเภอเมือง  
จังหวัดอุตรดิตถ์  53000
 
4.  วัตถุประสงค์
              4.1 เพื่อศึกษาวิจัยสร้างองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา  และการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
              4.2 เพื่อส่งเสริม  และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา
              4.3 เพื่อให้บริการวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาแก่  บุคคล  ชุมชน  องค์กร  และสถาบันการศึกษา
              4.4 เพื่อส่งเสริมกิจกรรมความก้าวหน้า  และชื่อเสียงของบุคคล  ชุมชน  และองค์กรทางสิ่งแวดล้อมศึกษา
              4.5 เพื่อร่วมมือกับองค์กรทางด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาทั้งใน  และต่างประเทศ
              4.6 เพื่อเป็นศูนย์รวมของบุคคลากรทางด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา
              4.7 ไม่ประสงค์จัดตั้งโต๊ะบิลเลียด  หรือโต๊ะสนุ๊กเพื่อหารายได้เข้าสมาคมแต่อย่างใด
 
 
 
 
 
หมวด 2
สมาชิก
 
5.  ประเภทสมาชิก
              สมาชิกสมาคมมี  3  ประเภทคือ
                   5.1 สมาชิกสามัญ  ได้แก่
                        5.1.1 บุคคลที่สำเร็จการศึกษาสาขาสิ่งแวดล้อมศึกษา
                        5.1.2 ผู้ที่เคยเข้ารับการฝึกอบรม  และได้รับวุฒิบัตรทางสิ่งแวดล้อมศึกษาจากสถาบัน  หรือองค์กรที่น่าเชื่อถือทางสิ่งแวดล้อมศึกษา
                        5.1.3 ผู้ที่จบสาขาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ  หรือผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม  หรือสิ่งแวดล้อมศึกษา และมีสมาชิกรับรอง
                   5.2 สมาชิกสมทบ  ได้แก่  ผู้ที่สนใจในกิจการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมศึกษา  ดังนี้
                        5.2.1 ผู้ที่กำลังศึกษาในโรงเรียน / สถาบันการศึกษา
                        5.2.2 ประชาชนทั่วไป
                   5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้แก่
                        5.3.1 ผู้ที่เคยสอนในหลักสูตรสาขาวิชาสิ่งแวดล้อมศึกษา
                        5.3.2 ผู้ที่ได้เคยมีผลงาน  ซึ่งเป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์  และพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
                        5.3.3 ผู้ที่สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย
 
6.  การเข้าเป็นสมาชิก
              6.1 สมาชิกสามัญ ต้องยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกสมาคมพร้อมกับชำระค่าบำรุงสมาคม
              6.2 สมาชิกสมทบต้องยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกสมาคมพร้อมกับชำระค่าบำรุงสมาคม
              6.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์  เป็นสมาชิกโดยคณะกรรมการบริหารสมาคมมีเสียงเป็นเอกฉันท์ให้เชิญเป็นสมาชิก  และเมื่อได้ตอบรับเชิญแล้วให้รับเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ได้
 
7.  ค่าบำรุงสมาคม
              7.1 สมาชิกสามัญต้องชำระค่าบำรุงรายปี  300  บาท  (สามร้อยบาทถ้วน)  ถ้าชำระค่าบำรุงติดต่อกันสี่ปีจะปรับเป็นสมาชิกตลอดชีพโดยอัตโนมัติ  หรือค่าบำรุงตลอดชีพ  1,000  บาท  (หนึ่งพันบาทถ้วน)
              7.2 สมาชิกสมทบต้องชำระค่าบำรุงรายปี  50  บาท  (ห้าสิบบาทถ้วน)
8  การขาดจากสมาชิกภาพ
              สมาชิกทุกประเภทขาดจากสมาชิกภาพ เมื่อ
                   8.1 ตาย
                   8.2 ลาออก
                   8.3 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารลงคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า  3  ใน  4  ให้พ้นออกจากสมาชิกภาพ
 
9.  สิทธิ  และหน้าที่สมาชิก
                   9.1 สมาชิกสามัญ
                        9.1.1 มีสิทธิประดับเครื่องหมายสมาคม
                        9.1.2 มีสิทธิได้รับสวัสดิการตามระเบียบ
                        9.1.3 มีสิทธิเข้าร่วมประชุม  และออกเสียงในที่ประชุมใหญ่
                        9.1.4 มีสิทธิได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารสมาคม
                        9.1.5 มีสิทธิ์เสนอโครงการ  หรือกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของสมาคม  โดยได้รับคำรับรองจากนายกสมาคม
                        9.1.6 มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ  ที่สมาคมจัดขึ้น
                        9.1.7 มีหน้าที่ช่วยเหลือสมาคม  และปฏิบัติตามระเบียบของสมาคม
                        9.1.8 มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุน  และสร้างชื่อเสียงให้กับสมาคม
                   9.2 สมาชิกสมทบ
                        9.2.1 มีสิทธิประดับเครื่องหมายสมาคม
                        9.2.2 มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ  ที่สมาคมจัดขึ้น
                        9.2.3 มีหน้าที่ช่วยเหลือสมาคม  และปฏิบัติตามระเบียบของสมาคม
                        9.2.4 มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุน  และสร้างชื่อเสียงให้สมาคม
                   9.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์
                        9.3.1 มีสิทธิประดับเครื่องหมายสมาคม
                        9.3.2 มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ  ที่สมาคมจัดขึ้น
                        9.3.3 มีหน้าที่ช่วยเหลือสมาคม  และปฏิบัติตามระเบียบของสมาคม
                        9.3.4 มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุน  และสร้างชื่อเสียงให้สมาคม
 
 
 
 
หมวด 3
คณะกรรมการบริหารสมาคม
 
10.  คณะกรรมการบริหารสมาคม
              10.1 คณะกรรมการบริหารสมาคมประกอบด้วยบุคคลอย่างน้อย  7  คน  แต่ไม่เกิน  20  คน  ดังนี้ 
                   1.  นายกสมาคม                               2.  อุปนายก
                   3.  เลขานุการ                       4.  เหรัญญิก
                   5.  นายทะเบียน                                6.  ปฏิคม
                   7.  ประชาสัมพันธ์                           8.  และอื่น ๆ  ตามที่เห็นสมควร
              10.2 นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง  และถอดถอนคณะกรรมการบริหารสมาคม
              10.3 คณะกรรมการบริหารสมาคมอยู่ในตำแหน่งคราวละ  4  ปี  โดยเริ่มนับจากวันที่ได้รับ
มอบงานจากคณะกรรมการบริหารชุดเก่า
              10.4 คณะกรรมการบริหารชุดเก่า  ต้องมอบหมายงานให้แก่นายกสมาคมคนใหม่ให้
เสร็จสิ้นภายใน  15  วัน  นับตั้งแต่วันที่มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่คณะกรรมการบริหารชุดเก่าหมดวาระลง
 
11.  การได้มาซึ่งนายกสมาคม
              ให้นายกสมาคมคนปัจจุบันประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหานายกสมาคมโดยให้มีกรรมการไม่น้อยกว่า  7  คน  และไม่เกิน  20  คน และให้คณะกรรมการสรรหานายกสมาคม ดำเนินการสรรหาให้ได้บุคคลที่จะเข้ารับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมจำนวน  3  คนเพื่อที่จะให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีสุดท้ายก่อนหมดวาระของคณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันเป็นผู้คัดเลือกเพียง  1  คนเท่านั้น
 
12.  การดำเนินการของคณะกรรมการการบริหาร
              12.1 นายกสมาคม  มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรือ อนุกรรมการได้ตามสมควร
              12.2 เลขานุการ  เป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหาร  ตามความเห็นชอบของนายกสมาคม
              12.3 องค์ประชุมจะต้องมีจำนวนคณะกรรมการบริหารไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม  และให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม  หากนายกสมาคมเข้าประชุมไม่ได้ให้อุปนายก  หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมแทน
              12.4 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น  มติของคณะกรรมการบริหารให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานออกเสียงชี้ขาดเพิ่มได้
              12.5 นายกสมาคมมีอำนาจแต่งตั้ง  ถอดถอนพนักงานเจ้าหน้าที่สมาคม  และมีอำนาจเป็นตัวแทนสมาคมในกิจการต่าง ๆ  ตามหน้าที่
              12.6 ในกรณีที่นายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติงานได้  ให้อุปนายก  หรือกรรมการบริหารสมาคม  ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แทน
 
หมวด 4
ทรัพย์สินและการเงิน
 
13.  สมาคมมีรายได้จาก
              13.1 ค่าบำรุงสมาชิก
              13.2 เงินหรือทรัพย์สินซึ่งมีผู้บริจาค
              13.3 การจัดกิจกรรมหารายได้ต่าง ๆ
 
14  การจ่ายเงิน
              14.1 นายกสมาคมสั่งจ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน  50,000  บาท
              14.2 หากจ่ายเงินครั้งหนึ่งเกิน  50,000  บาทให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้อนุมัติจ่าย
              14.3 การลงนามในใบถอนเงิน  หรือเช็คจากธนาคารให้นายกสมาคม  เลขาธิการ  เหรัญญิก  และอุปนายก  (ถ้ามีอุปนายกหลายคนให้อำนาจอุปนายกคนที่  1  มีสิทธิลงนาม)  โดยให้  2  ใน  4  คน เป็นผู้ลงนาม
 
15.  การเก็บรักษาเงิน
              15.1 เงินของสมาคมให้ฝากกับธนาคารพาณิชย์
              15.2 ให้เหรัญญิกเก็บรักษาเงินสดไว้ได้ไม่เกิน  10,000  บาท  (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
 
 
 
 
 
หมวด 5
การประชุมของสมาคม
 
16.  การจัดการประชุมของสมาคม
              16.1 การประชุมใหญ่สามัญประจำปีให้จัดภายในเดือนเมษายนของทุกปี
              16.2 การประชุมใหญ่วิสามัญให้จัดได้โดย
                   16.2.1 มติกรรมการบริหารให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ
                   16.2.2 สมาชิกสามัญจำนวน  30  คน  ขึ้นไปร้องขอ
              16.3 การประชุมใหญ่วิสามัญนั้นต้องจัดให้มีขึ้นภายใน  15  วัน  นับตั้งแต่วันที่
คณะกรรมการบริหารมีมติ  หรือนับตั้งแต่วันที่ได้รับเรื่องขอให้ประชุมใหญ่วิสามัญจากสมาชิกสามัญ
              16.4 องค์ประชุมใหญ่สามัญประจำปี  และวิสามัญ  จะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า  30  คน  หากมีสมาชิกมาประชุมน้อยกว่า  30  คน  ให้รอการประชุมเป็นเวลา  30  นาที  แล้วที่ประชุมจะพิจารณาว่าสมควรดำเนินการประชุม  หรือไม่  หากที่ประชุมเห็นสมควรดำเนินการประชุม  ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุมหากที่ประชุมเห็นว่าไม่สมควรดำเนินการประชุมก็จะงดประชุม  และเชิญประชุมใหม่ภายใน  30  วัน  ในครั้งนี้องค์ประชุมจะไม่นำมาใช้บังคับการประชุม
              16.5 ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี  และวิสามัญ  หากนายกสมาคมไม่มา  ให้อุปนายกสมาคมทำหน้าที่แทน  และหากอุปนายกไม่มา  ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารสมาคมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม
 
17.  ระเบียบวาระการประชุมของสมาคม
              17.1 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี  มีระเบียบวาระ  ดังนี้
                   17.1.1 นายกแถลงผลงานในรอบปี
                   17.1.2 เหรัญญิกเสนองบดุล
                   17.1.3 เลือกตั้งผู้ตรวจบัญชี
                   17.1.4 ดำเนินการเลือกตั้งนายกสมาคมแทนคนเก่า  (เฉพาะปีสุดท้ายของอายุคณะกรรมการ)
                   17.1.5 ปรึกษากิจการสมาคม
                   17.1.6 เรื่องอื่น ๆ  (ถ้ามี)
              17.2 การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี  ให้มีระเบียบวาระตามความต้องการของการประชุมแต่ละครั้ง 
              17.3 นอกจากจะได้บังคับไว้เป็นอย่างอื่น  มติของการประชุมให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์   หากคะแนนเสียงเท่ากัน  ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาดเพิ่มหนึ่งเสียง
หมวด 6
สาขาสมาคม
 
              18.  ในท้องที่ใดมีสมาชิกจำนวนตั้งแต่  10  คนขึ้นไป  หรือมีสมาชิกสมาคมดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา  ประสงค์จะตั้งสาขาสมาคมก็ให้กระทำได้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสมาคม  และให้ปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารสมาคมกำหนด
 
หมวด 7
การแก้ไขข้อบังคับ
 
              19.  ข้อบังคับสมาคมที่จดทะเบียนแล้วจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมีมติของที่ประชุมใหญ่สามัญ  ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง  2  ใน  3  ของจำนวนสมาชิกที่เข้าประชุม
 
หมวด 8
การเลิกสมาคม
 
              20.  สมาคมจะเลิกได้โดยมติที่ประชุมใหญ่สามัญ  คะแนนเสียงเห็นชอบให้เลิกสมาคม
ต้องมี  3  ใน  4  ของสมาชิกที่เข้าประชุม
              21.  การชำระบัญชีเลิกสมาคมให้เป็นไปตามกฎหมาย  เมื่อชำระบัญชีเสร็จแล้วทรัพย์สิน
ที่เหลือให้ตกเป็นสมบัติขององค์กร  หรือสถาบันการศึกษาตามมติของคณะกรรมการสมาคม
 
บทเฉพาะกาล
 
              22.  ให้คณะกรรมการบริหารมีสิทธิในการออกระเบียบ  ประกาศ  คำสั่ง  หรือแนว
ปฏิบัติได้  โดยไม่ขัดกับข้อบังคับของสมาคม  และกฎหมายของบ้านเมือง  ทั้งนี้ให้นายกสมาคม 
หรือกรรมการบริหารสมาคมผู้ซึ่งได้รับมอบหมายทำหน้าที่แทนมีอำนาจในการลงนามดังกล่าว