[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
http://www.aeet.or.th
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 7 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก



  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : ประสิทธิภาพของการบ าบัดน า้เสียด้วยบึงประดิษฐ์โดยการใช้พชืผสม โรงพยาบาลขามสะแกแสง อ าเภอขามสะแกแสง จังหวดันครราชสีมา

เจ้าของผลงาน : นราศักดิ์ แอบจันอัด1, วีระพล วงษป์ระพนัธ์2, จินดาวลัย์ วิบูลยอ์ุทยั3
จันทร์ ที่ 11 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2561
เข้าชม : 59    จำนวนการดาวน์โหลด : 63 ครั้ง
Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
บทคัดย่อ  การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาประสิทธิภาพของการบ าบัดน ้าเสียดว้ยบึงประดิษฐ์โดยการใชพ้ืช ผสม โดยใช้รูปแบบการวิจยัแบบทดลอง (Experimental Research) ภายใตส้ภาวการณ์ธรรมชาติโดยมี ความมุ่งหมายเพื่อศึกษาความหนาแน่นของพืชผสมและระยะเวลาการกักพักทางชลศาสตร์ที่ต่างกันมีผล ต่อประสิทธิภาพการบ าบัดค่า pH, BOD, TSS, TKN, SS, Sulfide, TDS และการเปลี่ยนแปลงการ เจริญเติบโตของพืชโดยใช้น ้าเสียโรงพยาบาลที่ผ่านการบ าบัดขั้นต้นแล้วปล่อยเข้าสู่ระบบบึงประดิษฐ์โดย การใชพ้ืชผสม  ซึ่งแบ่งการทดลองเป็น 3 บ่อบ่อแรกเป็นบ่อควบคุมบ่อที่ 2 ปลูกผักตบชวา สาหร่าย พุทธรักษา 20 ตน้/ตร.ม. และบ่อที่ 3 ปลูกผักตบชวา สาหร่ายพุทธรักษา 30 ตน้/ตร.ม. ท าการทดลอง 3 ซ ้า เก็บตัวอย่างด้วยวิธี Composite Sampling technique ในวันที่ 0, 5, 10, 15 แล้วส่งตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธี มาตรฐาน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐาน โดยใช้ Kruskal–Wallis k – Sample Test  ผลการวิจัยพบว่าบ่อที่มีความหนาแน่นของพืชผสม 30 ตน้/ตร.ม. และการกักพักทางชลศาสตร์ ณ. วนัที่ 10  มีประสิทธิภาพการบ าบัดค่า BOD, TSS, SS ได้ดีกว่าบ่อที่มีความหนาแน่นของพืชผสม 20 ตน้/ตร.ม. และบ่อควบคุมอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ(P-value< 0.05)  และบ่อที่มีความหนาแน่นของพืชผสม 30 ตน้/ตร.ม. และการกักพักทางชลศาสตร์ ณ. วนัที่ 15 มีประสิทธิภาพการบ าบัดค่า TKN  ได้ดีกว่าบ่อที่มี ความหนาแน่นของพืชผสม 20 ตน้/ตร.ม. และบ่อควบคุมอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (P-value< 0.05)  ซึ่งบ่อ ที่มีความหนาแน่นของพืชผสม 30 ตน้/ตร.ม. สามารถบ าบัดค่า pH, BOD, TSS, TKN, SS, และ Sulfide ได้ สูงสุด 6.86%, 89.93%, 92.23%, 97.39%, 99.02%, 90.56%ตามลา ดบัส่วนบ่อที่มีหนาแน่นของพืชผสม 20 ตน้/ตร.ม. สามารถบ าบัดค่า TDS ไดสู้งสุด 21.78% และพบว่า พืชมีการเจริญเติบโต  ออกดอก  แตกใบ  ขนาดกอใหญ่ขึ้นใกล้เคียงกัน  โดยสรุป สามารถน าวิธีการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เป็นวิธีการบ าบัดน ้าเสียแบบ  Secondary treatment โดยการต่อพ่วงกับระบบบ าบัดน ้าเสียของโรงพยาบาลที่มีอยู่เดิมได้ 
ค าส าคัญ :   ประสิทธิภาพน ้าเสีย  บึงประดิษฐ์  พืชผสมโรงพยาบาลชุมชน 


ดาวน์โหลด  ( Fulltext )  ( บทคัดย่อ ) 

งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา เล่มที่ 18 10/ม.ค./2562
      วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา เล่มที่ 17 10/ม.ค./2562
      วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา เล่มที่ 16 10/ม.ค./2562
      วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา เล่มที่ 15 10/ม.ค./2562
      วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา เล่มที่ 14 10/ม.ค./2562